วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557

พัฒนาการเด็กช่วงวัย 2-3 ปี - เปลี่ยนฝันร้ายให้กลายเป็นดี

พัฒนาการเด็กช่วงวัย 2-3 ปี - เปลี่ยนฝันร้ายให้กลายเป็นดี
เห็นทีต้องเติมนิยามความสุขของคนเป็นพ่อเป็นแม่อีกหนึ่งข้อ
นอกเหนือจากการได้เห็นเจ้าตัวเล็กกินอิ่ม นอนหลับซะแล้ว
ก็ต้องนอนฝันดีด้วยไงคะ เพราะคงไม่ดีแน่ถ้าเจ้าหนูผวาตกใจตื่น
มากลางดึกบ่อย ๆ แล้วทำท่าไม่อยากนอนต่อ
เพราะฝันร้ายมาบุกรุกกันถึงห้องนอน

ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของซิกมันด์ ฟรอยด์ พูดถึงความฝันของคนเราว่า
เกิดจากการเก็บกด ปิดกั้นของจิตใต้สำนึก ดังนั้นความฝันในเชิงจิตวิทยา
จะบ่งบอกถึงสภาวะอยู่ดีมีสุขหรือทุกข์ร้อนของจิตใจได้ดีทีเดียว
ถ้าเป็นเช่นนี้การที่ลูกฝันร้ายหมายความว่า
ลูกมีเรื่องทุกข์ใจหรือ...ตัวแค่เนี้ย จะมีเรื่องกลุ้มอะไรนักหนาลูกจ๋า

< < <   ฝันร้ายกับวัย 2-3 ขวบ   > > >
เจ้าหนูวัยนี้มีโอกาสฝันร้ายได้บ่อยค่ะ เพราะพัฒนาการตามวัยของแก
ทำให้ได้พบกับสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ และการเปลี่ยนแปลงอีกหลาย ๆ อย่าง
ในชีวิตช่วงนี้ เช่น ไปนอกบ้านบ่อยขึ้น เข้าเนิร์สเซอรี่ มีน้องใหม่ ฝึกขับถ่าย
มีเพื่อนเล่น แยกห้องนอน รู้จักคำศัพท์ใหม่ ๆ เป็นต้น
มาดูกันค่ะว่าอะไรบ้างที่สร้างความกลัวและความกังวลจนลูกคนดีของคุณเก็บไปฝันได้

***   1. ความกลัว
         "น้องเปิ้ลเดินเขย่งขาไปมาเพื่อไม่ให้ฝ่าเท้าเหยียบถูกร่องพื้นและรอยต่อของ
           กระเบื้องปูพื้นโดยเฉพาะตอนกลางคืน และก่อนเข้านอน
           แกกลัวว่าจะมีอะไรโผล่มาจากความมืดแล้วคว้าขาแกไป"
เป็นธรรมดาของเด็กวัยนี้ที่มักจะกลัวความมืด โพรง และห้องทึบ
ค่อย ๆ บอกแกว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร เช่น รังนก โพรงหนู ห้องเก็บของ
         "ยายหนูหลับแล้วนอนดิ้นหัวไปโดนขอบเตียง โนขึ้นมานิดหน่อย
          แกตื่นแล้วร้องไห้ลั่นบ้าน โอ๋เท่าไหร่ก็ไม่ยอมนิ่ง ร้องเอาน้ำเอานม
          ของเล่น เปิดทีวี ทำทุกอย่างที่จะไม่ต้องนอนต่อ"
แบบนี้เรียกว่ากลัวเผลอหลับอีกรอบค่ะ เพราะการหลับของแกไม่เป็นสุข
จึงไม่อยากหลับต่อ ยิ่งถ้าฝันว่าถูกทำร้าย ตื่นมายังเจ็บตัวอีก เฮ้อ...ไปกันใหญ่
คุณควรทำให้ลูกอุ่นใจด้วยการอยู่กับแกหรือหาวัสดุนุ่ม ๆ มาติดขอบเตียงค่ะ

***   2. ความวิตกกังวล
         "ปกติลูกชายหลับง่ายค่ะ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนอนเลย จนกระทั่ง
          ดิฉันไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล 2-3 วัน สามีบอกว่าแกจะตื่นมา
          กลางดึกแล้วร้องไห้ค่ะ"
เจ้าหนูกังวลว่าแม่ไปไหนนานจังจนฝันไปว่าโดนแม่ทิ้ง หรือ
พลัดหลงกับพ่อแม่ แม้แต่การมีน้องใหม่เปลี่ยนที่นอนและกิจวัตรประจำวัน
ล้วนแต่ทำให้ลูกกังวลได้ทั้งนั้นเลยค่ะ คุณน่าจะบอกให้ลูกรู้ล่วงหน้าก่อน
และทำตามสัญญากับลูก เพราะหากจะฝึกนิสัยกับวัยนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป

***   3. จินตนาการล้นเหลือ
         "เราพาน้องที หลานชายไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ แล้วมีตุ่มเหมือน
          โดนยุงหรือมดกัดหนึ่งตุ่ม เจ้าทีงี้เกาใหญ่เลย เราเป่าเพี้ยงบอกให้หายคัน
          ได้แล้ว ยังเห็นเกายิก ๆ เลยปล่อย พอตกดึกเท่านั้นแหละ
          คุณหลานชายตื่นมาแล้วร้องไห้พูดแต่ว่า มีมด มดเยอะแยะ ไม่นอน มีมด"
โถ! ...เจ้าหลานชายปักใจว่าที่คันและเกาจนหนังถลอกเนี่ยเพราะมดกัดน่ะสิคะ
จนฝันว่ามีกองทัพมดไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนที่นอน จินตนาการของเด็กนี่แหละ
ที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึง แต่การคุยกับลูกบ่อย ๆ (ที่ไม่ใช่พูดให้ลูกฟังฝ่ายเดียว)
จะทำให้เข้าใจวิธีคิดของเจ้าหนูวัยนี้มากขึ้นค่ะ

***   4. ความโกรธ
         "ลูกสาวพี่ติดตุ๊กตากระต่ายตัวนี้มาก วันก่อนแอบเอาของเขาไปซัก
          ตอนเขาไม่อยู่บ้าน พอกลับมาเห็นเท่านั้นแหละ ร้องไห้เป็นเรื่อง
          บอกว่าโป้งแม่เพราะทำให้ตุ๊กตาเป็นหวัด เดี๋ยวนี้นอนยากขึ้น
          พูดแต่เรื่องโดนแย่งเจ้ากระต่ายไม่รู้ฝันหรือเปล่าค่ะ"
หัวใจดวงน้อย ๆ โกรธเป็นเหมือนกันนะ ทางที่ดีควรชวนแก
อาบน้ำให้น้องตุ๊กตามากกว่าจะหักหาญน้ำใจกันแบบนี้

< < <   ฝันร้ายแค่ไหนที่ไม่ธรรมดา   > > >
ถึงแม้ฝันร้ายจะเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามากขนาดนี้ไม่ธรรมดาแล้วค่ะ
พาน้องหนูไปปรึกษาแพทย์เพื่อพูดคุยหาสาเหตุที่แท้จริงดีกว่า
===>>>   ฝันร้ายทุกวันติดต่อกันเป็นประจำ
===>>>   ฝันร้ายรบกวนชีวิตประจำวัน ทำให้ลูกกลัวมากขึ้น
                 ไม่กล้านอน จนคุณเองไม่เป็นอันทำอะไร
===>>>   ลูกมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ หรือพฤติกรรม
                 เช่น ไม่ยอมทำกิจกรรมที่เคยทำ ซึมเศร้า แสดงว่าฝันร้าย
                 เป็นอาการร่วมของความผิดปกติในเรื่องอื่นแล้วล่ะ
===>>>   นอกจากนี้ยังมีฝันร้ายอีกประเภทหนึ่งที่พ่อแม่ควรรู้จัก
                 คือ ฝันที่เกิดจากความผิดปกติจากการนอนหรือระบบประสาทเล็กน้อย
                 เรียกว่า "Night terror" มีอาการกรีดร้องขณะหลับ หรือร้องแล้วตกใจตื่น
                 ตาเบิ่งสุดขีดหายใจเร็ว แต่ไม่รู้สึกตัวชั่วขณะเมื่อหลับต่อ
                 ตื่นเช้ามาจะจำเรื่องที่ฝันไม่ได้
ส่วนการนอนละเมอ (Sleep Walking / Sleep Talking) ในวัยนี้ยังไม่มีสาเหตุแน่นอนค่ะ
มักจะดีขึ้นเองเมื่อแกโต ลูกจะจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ แต่ถ้าฝัน ลูกจะจำและเล่าเรื่องที่ฝันได้

< < < หลับฝันดีนะเจ้าเนื้ออุ่น   > > >
1. คุยกันก่อนนอน 
วัยนี้พูดเป็นต่อยหอยอยู่แล้ว เป็นเรื่องดีที่คุณจะได้รู้ถึง
การผจญภัยรายวันของแก หากลูกฝันร้ายจะได้หาสาเหตุได้ถูก
2. ชวนกันแก้ฝัน
คุณกับลูกช่วยกันวาดภาพฝันร้าย แล้วต่อเรื่อง
ให้ตอนจบคนเก่งของคุณปราบเหล่าร้ายได้ เพื่อให้ลูกรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
3. นิทานแสนสุข 
ลองลดกิจกรรมระทึกใจก่อนนอน มาเป็นนิทานเสริมจินตนาการสิคะ
น้องหนูจะได้นิทราอย่างมีสุข
4. หนามยอกเอาหนามบ่ง 
คุณแม่ท่านหนึ่งเล่าว่าลูกชายชอบดูหนังแดร๊กคูล่าดูดเลือดมาก
แต่ก็กลัวจนฝันถึงบ่อย ๆ เจ้าลูกชายบอกว่าอยากได้ชุดแดร๊กคูล่าเอาไว้ใส่นอน
จะได้ดูเป็นพวกเดียวกัน และไม่ถูกทำร้าย
ลองถามลูกดูก็ได้ อาจได้ไอเดียที่เจ๋งจนน่าทึ่งเชียวล่ะ
5. บอดี้การ์ดหน้าเตียง 
ลองเอาตุ๊กตาที่เป็นฮีโร่ของลูกวางไว้เป็นบอดี้การ์ดตอนลูกหลับสิคะ
แกจะได้รู้สึกปลอดภัยขึ้น อย่างเด็กญี่ปุ่นเขาจะมีตัวบากุ (Baku)
หรือตัวเขมือบเร็วเป็นฮีโร่คุ้มครอง ถ้าคืนไหนฝันร้ายตื่นขึ้นมาจะรีบพูดว่า
"กินมันเลยเจ้าบากุเพื่อนข้า" เจ้าบากุจะไล่งับฝันร้ายของเด็กจนสิ้นซากเลยล่ะค่ะ
6. อย่าทำโทษด้วยวิธีขู่ 
เวลาที่ลูกไม่เชื่อฟัง อย่าขู่หรือหลอกว่าจะให้สัตว์ที่ลูกกลัวมาทำร้ายแก
เคยเห็นในรายการเกมโชว์มั้ยคะ ที่จับสารพัดสัตว์น่าขยะแขยงมาปาใส่กัน
แล้วตัวกะเปี๊ยกอย่างเจ้าหนูจะไปเหลืออะไร

ด้วยเคล็ดลับปฏิบัติเพียบเช่นนี้ คืนนี้รับรองทั้งคุณและลูกน้อยนอนหลับฝันดีแน่ค่ะ
*****************************************
ทำไงดี...เมื่อคืนนี้ลูกฝันร้าย
*****************************************
***   ถ้าเจ้าหนูแค่ส่งเสียงร้องหรือดิ้น
ช้าก่อนค่ะปล่อยให้หลับต่อเถอะนะ เพราะแกจะออกจากความฝันแล้วหลับต่อได้เอง
***   ลูกตื่นมา ร้องจ้ากลางดึก
เมื่อแน่ใจว่าแกฝันร้าย ไม่ใช่ร้องเพราะสาเหตุอื่น ให้โอบกอดจนลูกสงบและหลับต่อ
***   แย่แล้วสิ ตื่นมาแล้วไม่ยอมนอน
ชวนกันย้ายไปนอนห้องเดียวกับคุณ ให้ลูกจับมือคุณจนกว่าจะหลับไปเอง
------------------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณ -
ผศ.นพ.ชาตรี วิฑูรชาติ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
หน่วยจิตเวชเด็ก โรงพยาบาลศิริราช ให้คำปรึกษาด้านข้อมูล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น