วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ชีววิทยา การรับรู้และการตอบสนอง แบบทดสอบ ข้อ 31-40

ชีววิทยา การรับรู้และการตอบสนอง แบบทดสอบ ข้อ 31-40
31. ศูนย์ควบคุมสิ่งต่อไปนี้อยู่ในสมองส่วนใด
          1. การหายใจ - พอนส์
          2. ความดันโลหิต - ไฮโพทาลามัส
          3. อุณหภูมิร่างกาย - ทาลามัส
          4. การได้ยินและการทรงตัว - ซีรีเบลลัม
เฉลยข้อ 2 เหตุผล
          ความดันโลหิต สมองส่วนไฮโพทาลามัสควบคุม
          การหายใจ สมองส่วนเมดัลลา ออบลองกาตาควบคุม
          อุณหภูมิร่างกาย สมองส่วนไฮโพทาลามัสควบคุม
          การได้ยิน สมองส่วนซีรีบรัมควบคุม
*********************************************
32. เส้นประสาทสมองที่ประกอบด้วยใยประสาทแอกซอนอย่างเดียว คือ คู่ใดต่อไปนี้
          1. 3 และ 4
          2. 3, 4 และ 5
          3. 9, 10 และ 11
          4. 10, 11 และ 12
เฉลยข้อ 1 เหตุผล
          เส้นประสาทสมองคู่ที่ 3 และ 4 เป็น Axon อย่างเดียว เส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 มีทั้ง Dendrite และ Axon เช่นเดียวกับคู่ที่ 9 และ 10 ส่วนคู่ที่ 11 และ 12 เป็น Axon
          - เส้นประสาทสมองคู่ที่ 5, 7, 9 และ 10 เป็นเส้นประสาทผสม (มีทั้งแอกซอนและเดนไดรต์)
          - เส้นประสาทสมองคู่ที่ 3, 4, 6, 11 และ 12 เป็นเส้นประสาทสั่งการ (มีเฉพาะแอกซอน)
          - เส้นประสาทสมองคู่ที่ 1, 2 และ 8 เป็นเส้นประสาทรับความรู้สึก (มีเฉพาะเดนไดรต์)
*********************************************
33. ถ้าชายคนหนึ่งโดนทุบท้ายทอย สมองที่ควบคุมการทำงานลักษณะใดที่น่าจะได้รับอันตราย
          1. การได้ยิน
          2. การมองเห็น
          3. การพูด
          4. การขับเหงื่อ
เฉลยข้อ 2 เหตุผล
          เมื่อถูกทุบท้ายทอยสมองที่ควบคุมการมองเห็นน่าจะได้รับอันตราย

*********************************************
34. การเคี้ยวอาหารมีการขยับของลิ้น ฟันและขากรรไกร ต้องอาศัยการควบคุมของเส้นประสาทสมองคู่ใดบ้าง
          1. 5, 7, 9 และ 12
          2. 5, 7 และ 9
          3. 7, 9 และ 12
          4. 5 และ 12
เฉลยข้อ 4 เหตุผล
          การเคี้ยวอาหารมีการขยับลิ้น ฟัน และขากรรไกร ต้องอาศัยการควบคุมของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 และคู่ที่ 12
*********************************************
35. จุดที่รับภาพชัดเจนที่สุดในเรตินาของตา คือ
          1. จุดที่อยู่ตรงกับช่องพิวพิล
          2. จุดที่เส้นประสาทรวมกันออกจากตา
          3. จุดที่มีเซลล์ประสาทที่รับแสงได้ไวอยู่จำนวนมาก
          4. จุดที่มีเซลล์ประสาทที่แยกสีได้อยู่จำนวนมาก
เฉลยข้อ 4 เหตุผล
          จุดที่รับภาพชัดที่สุดของลูกนัยน์ตา คือ Fovea ซึ่งมีเซลล์ Cone ที่รับภาพสี
*********************************************
36. เมื่อเรารับประทานแกงส้ม จะรู้สึกต่อรสชาติของอาหารโดย
          1. รับรู้รสเค็มโดยกลุ่มเซลล์ข้างลิ้นค่อนทางโคนลิ้น และรสเผ็ดโดยกลุ่มเซลล์โคนลิ้น
          2. รับรู้รสเค็มโดยกลุ่มเซลล์ข้างลิ้นค่อนทางปลายลิ้น และรสหวานโดยกลุ่มเซลล์ปลายลิ้น
          3. รับรู้รสเผ็ดโดยกลุ่มเซลล์ปลายลิ้น และรสเปรี้ยวโดยกลุ่มเซลล์ข้างลิ้นค่อนทางโคนลิ้น
          4. รับรู้รสหวานโดยกลุ่มเซลล์ปลายลิ้น และรสเปรี้ยวโดยกลุ่มเซลล์ข้างลิ้นค่อนทางปลายลิ้น
เฉลยข้อ 4 เหตุผล
          การรับรู้รสอาหารของลิ้นนั้น อยู่ในบริเวณต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน คือ รสหวานโดยกลุ่มเซลล์ปลายลิ้น และรสเปรี้ยวโดยกลุ่มเซลล์ข้างลิ้นค่อนมาทางปลายลิ้น

*********************************************
37. หน้าที่ของเส้นประสาทพาราซิมพาเทติก คือ
          1. ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และทำให้ลำไส้เล็กหดตัว
          2. เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และการหดตัวของลำไส้เล็ก
          3. เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และการคลายตัวของลำไส้เล็ก
          4. ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และเพิ่มการหดตัวของลำไส้เล็ก
เฉลยข้อ 4 เหตุผล
          เส้นประสาทพาราซิมพาเทติก ทำหน้าที่ยับยั้งการเต้นของหัวใจ แต่เพิ่มการเพอริสทัลซิสของลำไส้เล็ก
*********************************************
38. ที่เซลล์ประสาท
          1. ผนังเซลล์ประสาทด้านในมีประจุไฟฟ้าลบ เพราะมีคลอไรด์ไอออนมาก
          2. มีการเคลื่อนที่กระแสประสาทเพราะการเคลื่อนที่ของโซเดียมและคลอไรด์ไอออน
          3. โซเดียม โพแทสเซียม และคลอไรด์ไอออน เป็นตัวทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความต่างศักย์
          4. มีค่าความต่างศักย์อยู่ระดับหนึ่ง เนื่องจากปริมาณไอออนภายในและภายนอกไม่เท่ากัน
เฉลยข้อ 4 เหตุผล
          ที่เซลล์ประสาทมีค่าความต่างศักย์อยู่ระดับหนึ่ง เนื่องจากปริมาณไอออนภายในและภายนอกไม่เท่ากัน ก่อนกระตุ้นความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างภายนอกและภายในเซลล์ประสาทมีค่าประมาณ -60 ถึง -80 มิลลิโวลต์ เมื่อถูกกระตุ้นความต่างศักย์จะเปลี่ยนเป็น +40 มิลลิโวลต์
*********************************************
39. หน้าที่สำคัญของ Eustachian tube คือ
          1. ปรับความดันอากาศระหว่างภายนอกกับหูส่วนกลาง
          2. ปรับความดันอากาศระหว่างภายนอกกับหูส่วนใน
          3. ช่วยรับความสั่นสะเทือนของคลื่นเสียง
          4. ช่วยลดระดับความแรงของคลื่นเสียง
เฉลยข้อ 1 เหตุผล
          หน้าที่สำคัญของ Eustachian tube คือ การปรับความดันอากาศระหว่างภายนอกกับหูส่วนกลาง เพราะ Eustachian tube เป็นท่อต่อเชื่อมระหว่างหูส่วนกลางกับคอหอย
*********************************************
40. ถ้าต่อมใต้สมองส่วนหลังถูกทำลาย ผลที่จะเกิดขึ้น คือ
          1. ไม่มีประจำเดือนในเพศหญิงต่อไป
          2. การเจริญเติบโตของร่างกายชะงักไป
          3. เมแทบอลิซึมของร่างกายลดลง
          4. ลดการดูดซึมกลับของน้ำที่ไต
เฉลยข้อ 4 เหตุผล
          ต่อมใต้สมองส่วนหลังทำหน้าที่หลั่งฮอร์โมน Vasopressin กับ Oxytocin ฮอร์โมน Vasopressin ทำหน้าที่สำคัญคือ การดูดน้ำจากท่อหน่วยไตกลับเข้าหลอดเลือด

ชีววิทยา การรับรู้และการตอบสนอง แบบทดสอบ ข้อ 21-30

ชีววิทยา การรับรู้และการตอบสนอง แบบทดสอบ ข้อ 21-30
21. สมองส่วนใดเมื่อถูกทำลายแล้วจะเกิดอาการที่เรียกว่า "เจ้าหญิงนิทรา" หรือหลับตลอดกาล แต่ระบบต่าง ๆ ของร่างกายยังทำงานตามปกติ
          1.Cerebrum
          2. Cerebellum
          3. Hypothalamus
          4. Medulla oblongata
เฉลยข้อ 3 เหตุผล
          สมองส่วน Hypothalamus ถูกทำลายแล้วจะเกิดอาการที่เรียกว่า "เจ้าหญิงนิทรา" คือหลับตลอดกาลในขณะที่ระบบต่าง ๆ ของร่างกายยังทำงานอย่างปกติ
*********************************************
22. เดนไดรต์เป็นเส้นใยประสาทที่ทำหน้าที่
          1. นำกระแสประสาทเข้าสู่เซลล์ประสาท
          2. นำกระแสประสาทออกจากเซลล์ประสาท
          3. นำกระแสประสาทเข้าและออกเซลล์ประสาท
          4. ไม่เกี่ยวกับการทำงานของเซลล์ประสาท
เฉละข้อ 1 เหตุผล
          เดนไดรต์เป็นเส้นใยประสาทที่ทำหน้าที่นำกระแสประสาทเข้าสู่เซลล์ประสาท
*********************************************
23. สารต่อไปนี้ข้อใดเป็นสารสื่อประสาท
          1. ไพรูเวท
          2. ไกลซีน
          3. กลูตามีน
          4. ซิลติอีน
เฉลยข้อ 2 เหตุผล
          ระหว่างไพรูเวท ไกลซีน กลูตามีน ซิสติอิน ไกลซีนเป็นสารสื่อประสาท
*********************************************
24. ยาชูกำลัง เช่น เอ็ม 50, เอ็ม 100 หรือ ลิโพวิตัน-ดี เมื่อดื่มจะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เนื่องจากมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบและมี
          1. คาเฟอีนกระตุ้นประสาท
          2. แอลกอฮอล์กระตุ้นประสาท
          3. ฝิ่นกระตุ้นประสาท
          4. มอร์ฟีนกระตุ้นประสาท
เฉลยข้อ 1 เหตุผล
          ยาชูกำลัง เช่น เอ็ม 50 เอ็ม 100 หรือ ลิโพวิตัน-ดี เมื่อดื่มแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า เพราะคาเฟอีนในยาเหล่านั้นกระตุ้นประสาท
*********************************************
25. การที่ตามองเห็นดอกกุหลาบสีแดง เนื่องจาก
          1. Rod cells ดูดกลืนทุกสียกเว้นสีแดง
          2. Rod cells ดูดกลืนสีแดงไว้สีเดียว
          3. Cone cells ดูดกลืนทุกสียกเว้นสีแดง
          4. Cone cells ดูดกลืนสีแดงไว้สีเดียว
เฉลยข้อ 4 เหตุผล
          การที่เรามองเห็นกุหลาบสีแดง เพราะ Cone cells ดูดกลืนสีแดงไว้สีเดียว
*********************************************
26. การเคลื่อนที่ของกระแสประสาทในใยประสาทเป็นปฏิกิริยาแบบใด
          1. ปฏิกิริยาเคมี
          2. ปฏิกิริยาทางฟิสิกส์
          3. ปฏิกิริยาทางไฟฟ้า
          4. ปฏิกิริยาทางไฟฟ้าเคมี
เฉลยข้อ 4 เหตุผล
          การเคลื่อนที่ของกระแสประสาทในใยประสาทเป็นปฏิกิริยาทางไฟฟ้าเคมี เพราะมีการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้า ทั้งบวกและลบ รวมทั้งไอออนแพร่ผ่านเซลล์เข้าออก
*********************************************
27. การที่สมองมีรอยหยักมากเป็นการเพิ่มเนื้อที่ส่วนใด
          1. เนื้อสีเทา (Grey matter)
          2. เนื้อสีขาว
          3. โพรงในสมอง
          4. ถูกทั้งข้อ 1, 2 และ 3
เฉลยข้อ 1 เหตุผล
          การที่สมองมีรอยหยักมากเป็นการเพิ่มพื้นที่ส่วน Grey matter
*********************************************
28. เซลล์ประสาทของสมองส่วนใดที่ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนประสาท ซึ่งควบคุมการสร้างฮอร์โมนของต่อมใต้สมอง
          1. ซีรีบรัม
          2. ซีรีเบลลัม
          3. ไฮโพทาลามัส
          4. ทาลามัส
เฉลยข้อ 3 เหตุผล
          Hypothalamus มีเซลล์ประสาทซึ่งทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนประสาท ซึ่งควบคุมการสร้างฮอร์โมนของต่อมใต้สมอง
*********************************************
29. เซลล์รูปกรวยอยู่หนาแน่นบริเวณใดของนัยน์ตามากที่สุด
          1. โฟเวีย
          2. ด้านข้างของเรตินา
          3. คอรอยด์
          4. สเคลอรา
เฉลยข้อ 1 เหตุผล
          เซลล์รูปกรวยอยู่หนาแน่นบริเวณโฟเวียมากที่สุด ทำให้รับภาพชัดที่สุด
*********************************************
30. ข้อความใดที่ไม่ถูกต้อง
          1. เส้นประสาทสมองของคนและสัตว์เลื้อยคลานมีจำนวนเท่ากัน
          2. เส้นประสาทสมองเป็นเส้นประสาทผสมเท่านั้น
          3. ร่างแหประสาทพบในไฮดราและบางส่วนของร่างกายของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
          4. โพรโทซัวยังไม่มีเซลล์ประสาท
เฉลยข้อ 2 เหตุผล
          ข้อนี้ผิด เพราะเส้นประสาทสมองไม่ใช่เฉพาะเส้นประสาทผสมเท่านั้น เส้นประสาทสมองมีทั้งชนิดนำคำสั่ง รับความรู้สึกและเส้นประสาทผสม

ชีววิทยา การรับรู้และการตอบสนอง แบบทดสอบ ข้อ 11-20

ชีววิทยา การรับรู้และการตอบสนอง แบบทดสอบ ข้อ 11-20
11. อวัยวะใดต่อไปนี้ ทำหน้าที่ขยายคลื่นเสียงจากหูตอนนอกก่อนจะส่งไปยังหูตอนใน
          1. เยื่อแก้วหู
          2. กระดูกหู 3 ชิ้น ได้แก่ กระดูกค้อน กระดูกทั่ง กระดูกโกลน
          3. ท่อยูสเตเซียน
          4. ถูกหมดทุกข้อ
เฉลยข้อ 2 เหตุผล
          กระดูกหู 3 ชิ้น ได้แก่ กระดูกค้อน กระดูกทั่ง กระดูกโกลน ทำหน้าที่รับคลื่นเสียง ต่อจากเยื่อแก้วหูพร้อมกับเพิ่มความถี่ทำให้เสียงดังขึ้น
***********************************************
12. เกี่ยวกับไซแนปส์ระหว่างเซลล์ประสาทข้อใดต่อไปนี้ไม่จริง
          1. การส่งผ่านกระแสประสาทจะช้ากว่าเมื่อไม่มีไซแนปส์
          2. มีการหลั่งสารสื่อประสาทที่บริเวณไซแนปส์
          3. กระแสประสาทจะเคลื่อนที่ได้ทั้งสองทิศทาง
          4. กระแสประสาทจะถ่ายทอดจากแอกซอนของเซลล์หนึ่งไปยังเดนไดรต์ของเซลล์หนึ่ง
เฉลยข้อ 3 เหตุผล
          การเคลื่อนที่ของกระแสประสาทเคลื่อนที่บริเวณไซแนปส์ ระหว่างเซลล์ประสาทนั้นกระแสประสาทจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวเท่านั้น
***********************************************
13. ถ้าสมองส่วนซีรีเบลลัมถูกทำลาย จะกระทบกระเทือนกิจกรรมใดของร่างกาย
          1. การหายใจ
          2. การทรงตัว
          3. การทำงานของกล้ามเนื้อ
          4. ข้อ 2 และ 3 ถูก
เฉลยข้อ 4 เหตุผล
          เมื่อซีรีเบลลัมถูกทำลาย จะไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายให้ต่อเนื่อง รวมทั้งการทรงตัว
***********************************************
14. เซลล์หรือส่วนของเซลล์ที่ทำหน้าที่รับความรู้สึกคือ
          1. Neuron
          2. Receptor
          3. Effector
          4. Sensory nerve
เฉลยข้อ 2 เหตุผล
          Receptor ทำหน้าที่เป็นเซลล์หรือส่วนของเซลล์ที่ทำหน้าที่รับความรู้สึก
***********************************************
15. กระดูกหู 3 ชิ้น คือ กระดูกค้อน กระดูกทั่ง และกระดูกโกลน มีหน้าที่อย่างไร
          1. ติดต่อระหว่างแก้วหูและคอเคลีย
          2. ขยายสัญญาณคลื่นเสียงก่อนส่งไปคอเคลีย
          3. เพิ่มความถี่ของคลื่นเสียงก่อนส่งไปคอเคลีย
          4. ลดความดังของเสียงให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อคอเคลีย
เฉลยข้อ 3 เหตุผล
          กระดูกหู 3 ชิ้น ได้แก่ กระดูกค้อน กระดูกทั่ง กระดูกโกลนทำหน้าที่เพิ่มความถี่ของคลื่นเสียงก่อนส่งไปยังคอเคลีย
***********************************************
16. การที่คนและสัตว์สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมได้เป็นเพราะ
          1. มีอวัยวะรับสัมผัส
          2. มีระบบประสาท
          3. มีโครงสร้างที่ทำหน้าที่และตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม
          4. ข้อ 1 และ 2 ถูก
เฉลยข้อ 4 เหตุผล
          การที่คนและสัตว์สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมได้ เพราะมีอวัยวะรับสัมผัสและระบบประสาท
***********************************************
17. คนที่ได้ยินเสียงดังตลอดเวลาเป็นเวลานาน ๆ เข้าจะทำให้หูตึงหรือหนวกได้ ทั้งนี้เนื่องจากส่วนประกอบของหูในข้อใดถูกทำลาย
          1. แก้วหู
          2. Auditory nerve
          3. อวัยวะรับเสียงที่อยู่ภายใน Cochlea
          4. กระดูกค้อน, ทั่ง และโกลน
เฉลยข้อ 1 เหตุผล
          คนที่ได้ยินเสียงดังตลอดเวลาเป็นเวลานาน ๆ เข้าจะทำให้หูตึงหรือหูหนวกได้ เพราะแก้วหูถูกทำลาย
***********************************************
18. คนที่ดื่มสุราจนเมา จะเดินโซเซ ทั้งนี้เพราะสุราไปมีผลต่อส่วนไหน
          1. ซีรีบรัม (Cerebrum)
          2. ซีรีเบลลัม (Cerebellum)
          3. ไฮโพทาลามัส (Hypothalamus)
          4. เมดัลลา ออบลองกาตา (Medulla oblongata)
เฉลยข้อ 2 เหตุผล
          คนที่ดื่มสุราจนเมาแล้วเดินโซเซ เพราะสุรามีผลกับสมองส่วน Cerebellum ทำให้การทรงตัวผิดปกติ
***********************************************
19. Eye spot ของยูกลีนาควรจะทำหน้าที่คล้ายส่วนใดของตาคน
          1. กระจกตา
          2. ม่านตา
          3. เลนส์ตา
          4. เซลล์รับแสง
เฉลยข้อ 4 เหตุผล
          Eye spot ของยูกลีนาทำหน้าที่เฉพาะการรับแสงไม่ใช่การรับภาพ จึงต้องเทียบกับเซลล์รับแสงของตาคนเท่านั้น
***********************************************
20. เหยี่ยวสามารถมองเห็นเหยื่อที่อยู่ไกล ๆ ได้ ดังนั้นสมองส่วนใดควรเจริญดีที่สุด
          1. Cerebrum
          2. Cerebellum
          3. Optic lobe
          4. Olfactory lobe
เฉลยข้อ 3 เหตุผล
          เมื่อเหยี่ยวขึ้นไปบินอยู่ในท้องฟ้า มองเห็นภาพจากที่ไกล ๆ ได้ เพราะสมองส่วน optic lobe เจริญดี

ชีววิทยา การรับรู้และการตอบสนอง แบบทดสอบ ข้อ 1-10

ชีววิทยา การรับรู้และการตอบสนอง แบบทดสอบ ข้อ 1-10
1. ถ้าพลานาเรียตัวหนึ่งถูกสอนแบบมีเงื่อนไข โดยให้กระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ขณะที่ให้แสงไฟแวบ (Flash) ทำให้มันแสดงอาการกระตุก แม้ให้ไฟแวบเพียงอย่างเดียว เมื่อตัดพลานาเรียตามขวางออกเป็นสองส่วน พบว่า มันจะงอกส่วนที่ขาดไป ทำให้ได้พลานาเรียที่สมบูรณ์ 2 ตัว ซึ่งทั้งสองแสดงอาการกระตุกแม้ให้ไฟแวบเพียงอย่างเดียว แสดงว่าพลานาเรียเก็บความทรงจำไว้ในสมอง และ ......
          1. เซลล์ของร่างกาย
          2. เซลล์ผิวหนัง
          3. ตา (Eye spot)
          4. เส้นประสาททั่วร่างกาย
เฉลยข้อ 4 เหตุผล
          ถ้าพลานาเรียถูกสอนแบบมีเงื่อนไข โดยให้กระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ขณะที่ให้แสงไฟแวบ (Flash) ทำให้มันแสดงอาการกระตุกแม้ให้ไฟแวบอย่างเดียว เมื่อตัดพลานาเรียตามขวางออกเป็นสองส่วน พบว่ามันจะงอกส่วนที่ขาดไป ทำให้ได้พลานาเรียที่สมบูรณ์ 2 ตัว ซึ่งทั้งสองแสดงอาการกระตุก แม้ให้ไฟแวบเพียงอย่างเดียว แสดงว่าพลานาเรียเก็บความทรงจำไว้ในสมองและเส้นประสาททั่วร่างกาย เพราะตัวที่ไม่มีสมองยังแสดงอาการกระตุกด้วย
***************************************************
2. สมองส่วนไฮโพทาลามัส ควบคุมการทำงานของต่อมใต้สมองส่วนหน้าด้วยวิธีใด
          1. โดยการสร้างฮอร์โมนประสาท
          2. โดยการสร้างฮอร์โมนไปเก็บสะสมอยู่
          3. โดยการส่งกระแสประสาท
          4. โดยการสร้างสารสื่อประสาท
เฉลยข้อ 1 เหตุผล
          สมองส่วนไฮโพทาลามัส ควบคุมการทำงานของต่อมใต้สมองส่วนหน้า โดยการสร้างฮอร์โมนประสาทออกมากระตุ้นหรือยับยั้ง การทำงานของต่อมใต้สมองส่วนหน้า
************************************************
3. อวัยวะภายในหูข้อใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรับเสียง
          1. เยื่อแก้วหู
          2. กระดูกหู ค้อน ทั่ง โกลน
          3. เซมิเซอร์คิวลาร์แคแนล
          4. คอเคลีย
เฉลยข้อ 3 เหตุผล
          Semicircular canal ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัวไม่ใช่การฟังเสียง
************************************************
4. การที่ท่านสามารถมองเห็นวัตถุในระยะใกล้และไกลได้ชัดเจน เป็นการทำงานของอวัยวะใดของลูกตา
          1. กระจกตา
          2. ม่านตา
          3. เลนส์
          4. ถูกหมดทุกข้อ
เฉลยข้อ 3 เหตุผล
          การจะรับภาพวัตถุในระยะใกล้ และไกลได้ชัดเจนเป็นการทำงานของเลนส์ เมื่อเลนส์แบนลงจะรับภาพวัตถุในระยะไกลได้ชัดเจน เมื่อเลนส์ถูกบีบให้โป่งรับภาพวัตถุในระยะใกล้ได้
************************************************
5. ส่วนประกอบในข้อใด ที่ทำให้เซลล์ประสาทส่งกระแสประสาทได้เร็วขึ้น
          1. เซลล์ชนวน
          2. เยื่อไมอีลิน
          3. แอกซอน
          4. โนดออฟเรนเวียร์ (Node of Ranvier)
เฉลยข้อ 2 เหตุผล
          กระแสประสาทจะส่งได้เร็วขึ้นหากแอกซอนมีขนาดใหญ่และมีเยื่อไมอีลินหุ้ม
************************************************
6. สิ่งมีชีวิตใด ๆ สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมได้เนื่องจากมี
          1. หน่วยรับความรู้สึก
          2. อวัยวะรับสัมผัส
          3. ระบบประสาท
          4. ถูกหมดทุกข้อ
เฉลยข้อ 1 เหตุผล
          สิ่งมีชีวิตใด ๆ สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมได้ เนื่องจากมีหน่วยรับความรู้สึก
************************************************
7. กระแสประสาทจะเคลื่อนที่เร็วขึ้น ถ้า
          1. มีใยประสาทขนาดใหญ่
          2. สิ่งกระตุ้นมีความแรงเพิ่มขึ้น
          3. เซลล์ประสาทมีเวลาพักก่อนได้รับสิ่งกระตุ้นนานพอ
          4. ถูกหมดทุกข้อ
เฉลยข้อ 1 เหตุผล
          กระแสประสาทจะเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นถ้าใยประสาทแอกซอนขนาดใหญ่
************************************************
8. ขณะที่ท่านเตรียมตัวสอบ ท่านอ่านหนังสือติดต่อกันเป็นเวลานาน บางครั้งท่านจะรู้สึกนัยน์ตาพร่า มองเห็นไม่ชัด ทั้งนี้เป็นเพราะเหตุใด
          1. ร่างกายขาดสารสีม่วงแดงชื่อโรดอปซิน
          2. ร่างกายขาดวิตามิน A
          3. Rod cell ทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความล้าชั่วคราว
          4. ถูกหมดทุกข้อ
เฉลยข้อ 1 เหตุผล
          การอ่านหนังสือติดต่อกันเป็นเวลานาน บางครั้งจะรู้สึกนัยน์ตาพร่า มองเห็นไม่ชัด เพราะสารสีม่วงชื่อโรดอปซินหมดไป โดยเปลี่ยนเป็นเรตินีน (Retinene) และออปซิน (Opsin) แต่ถ้าพักด้วยการหลับตาสักครู่ เรตินีนและออปซีนจะเปลี่ยนเป็นโรดอปซินเหมือนเดิม

************************************************
9. สมองส่วนใดทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของต่อมใต้สมองส่วนหน้า
          1. ซีรีบรัม
          2. เมดัลลา ออบลองกาตา
          3. ไฮโพทาลามัส
          4. ทาลามัส
เฉลยข้อ 3 เหตุผล
          สมองส่วนไฮโพทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของต่อมใต้สมองส่วนหน้า โดยการส่งสารมากระตุ้น
***********************************************
10.ในตอนแรกที่ท่านเข้าไปในห้องที่มีแสงสลัว ท่านจะมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ไม่ดีนัก แต่พอสักครู่ท่านจะมองเห็นดีขึ้นอธิบายได้ว่า
          1. กล้ามเนื้อยึดเลนส์ปรับตัว เลนส์โค้งออก ทำให้แสงจากวัตถุตกบนเรตินาพอดี
          2. เรตินาปรับตัวทำให้ Rod cell ซึ่งทำงานได้ดีในที่มีแสงสว่างน้อยทำงานมากขึ้น
          3. กล้ามเนื้อม่านตาปรับตัวให้พิวพิลกว้างขึ้น
          4. ถูกหมดทุกข้อ
เฉลยข้อ 3 เหตุผล
          ในตอนแรกที่เข้าไปในห้องที่มีแสงสลัว จะมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ไม่ดีนัก แต่พอสักครู่จะเห็นดีขึ้น เพราะกล้ามเนื้อม่านตาปรับตัวให้พิวพิลกว้างขึ้น แสงเข้าได้มากขึ้น

ชีววิทยา-การรับรู้และการตอบสนอง

ชีววิทยา-การรับรู้และการตอบสนอง
สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีความสามารถรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ เนื่องจากมีการพัฒนาของระบบประสาท ในสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีระบบประสาท เช่น โพรโทซัว ฟองน้ำ มีเพียงเส้นใยประสานงานเท่านั้น สำหรับสัตว์ไร้กระดูกสันหลังมีกระบวนการรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งเร้าแตกต่างกัน ขึ้นกับความซับซ้อนของระบบประสาท คือ ไฮดรา จะมีเฉพาะร่างแหประสาท พลานาเรียมีปมประสาท และเส้นประสาท ในขณะที่แมลงมีทั้งปมประสาท เส้นประสาทและสมอง

สำหรับสัตว์มีกระดูกสันหลังและคน มีระบบประสาทที่พัฒนามากโดยมีสมองและไขสันหลัง อวัยวะเหล่านี้ประกอบด้วยเซลล์ประสาทจำนวนมาก เซลล์ประสาทแต่ละเซลล์ประกอบด้วยตัวเซลล์ และใยประสาทที่แตกแขนงออกมาจากตัวเซลล์ ใยประสาทมีอยู่ 2 ประเภท คือ ใยประสาทชนิดที่ทำหน้าที่นำกระแสประสาทเข้าสู่ตัวเซลล์หรือเดนไดรต์ กับใยประสาทชนิดที่นำกระแสประสาทออกจากตัวเซลล์หรือแอกซอน แอกซอนของเซลล์ประสาทบางชนิดมีเยื่อไมอีลินหุ้ม ซึ่งสามารถนำกระแสประสาทได้เร็วกว่าใยประสาทที่ไม่มีเยื่อไมอีลินหุ้ม เยื่อไมอีลินนี้เป็นส่วนหนึ่งของเซลล์ชวาน เซลล์ประสาทมีหลายชนิด ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ เซลล์ประสาทรับความรู้สึก เซลล์ประสาทสั่งการ และเซลล์ประสาทประสานงาน นอกจากหน้าที่ที่แตกต่างกันแล้วโครงสร้างของเซลล์ประสาทเหล่านี้ยังแตกต่างกันอีกด้วย

เมื่อเซลล์ประสาทถูกกระตุ้นถึงระดับที่ตอบสนองได้ โซเดียมไอออนที่อยู่นอกเซลล์จะแพร่เข้าไปในเซลล์และโพแทสเซียมไอออนภายในเซลล์จะแพร่ออกโดยผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ประสาทอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้วไฟฟ้า ที่ผิวนอกเซลล์เปลี่ยนเป็นประจุลบ ส่วนผิวในเซลล์เปลี่ยนเป็นประจุบวก การเปลี่ยนแปลงนี้เรียกว่า เกิดกระแสประสาท การแพร่เปลี่ยนแปลงประจุจะสิ้นสุดต่อเมื่อกระแสประสาทได้ผ่านพ้นไป กระแสประสาทสามารถถ่ายทอดจากเซลล์ประสาทหนึ่งไปยังอีกเซลล์ประสาทหนึ่ง โดยสารสื่อประสาทที่ปลายแอกซอนปล่อยเข้าสู่ช่องไซแนปส์ ไปสู่เยื่อหุ้มเซลล์หลังไซแนปส์ สารสื่อประสาทที่หลั่งออกมานี้จะสลายตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อได้รับเอนไซม์ที่จำเพาะเจาะจงกับสารสื่อประสาทนั้น

ในสัตว์มีกระดูกสันหลังและคน มีสมองและไขสันหลังเป็นประสาทส่วนกลางทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมระบบประสาท สมองคนถือว่าพัฒนาได้ดีที่สุด มีน้ำหนักสมองมากเมื่อเทียบเป็นอัตราส่วนกับน้ำหนักตัว นอกจากนั้นยังมีรอยหยักของสมองมากกว่าสัตว์อื่น ๆ อีกด้วย สมองคนยังมีโครงสร้างที่ซับซ้อนที่สุด แบ่งออกเป็นหลายส่วน แต่ละส่วนควบคุมการทำงานของร่างกายที่แตกต่างกัน โดยมีเส้นประสาทสมอง 12 คู่ ทำหน้าที่ต่าง ๆ กัน เชื่อมโยงไปยังอวัยวะต่าง ๆ บางเส้นอาจทำหน้าที่รับคำสั่งเข้าสู่สมอง บางเส้นนำคำสั่งออกจากสมองไปยังหน่วยปฏิบัติงานหรือบางเส้นอาจทำหน้าที่ทั้งสองอย่าง

ส่วนที่ต่อจากสมอง คือ ไขสันหลัง ซึ่งอยู่ภายในช่องกลวงของกระดูกสันหลัง และมีเส้นประสาทไขสันหลังแยกออกไปเป็นคู่ เส้นประสาทไขสันหลังแต่ละคู่ ทำหน้าที่รับความรู้สึกและนำคำสั่งเข้าและออกจากไขสันหลังโดยมีวงจรของกระแสประสาทที่เริ่มจากหน่วยรับความรู้สึกส่งกระแสประสาทผ่านไขสันหลังไปทางรากบนของเส้นประสาทไขสันหลัง แล้วนำคำสั่งส่งไปยังหน่วยปฏิบัติงานทางรากล่างของเส้นประสาทไขสันหลัง ซึ่งเป็นวงจรรีเฟลกซ์อย่างง่าย ถ้าไม่ใช่รีเฟลกซ์ กระแสประสาทจะส่งผ่านไขสันหลังไปยังสมอง แล้วนำคำสั่งจากสมองไปยังหน่วยปฏิบัติงานต่าง ๆ การทำงานของระบบประสาทแบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือ ระบบประสาทโซมาติก และระบบประสาทอัตโนวัติ ซึ่งทำงานแตกต่างกันที่ระบบประสาทโซมาติก ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อลาย ระบบประสาทอัตโนวัติ ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อเรียบและต่อมต่าง ๆ ระบบประสาทอัตโนวัติแยกออกเป็นระบบประสาทซิมพาเทติก และระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ซึ่งทำงานตรงกันข้ามทำให้กระบวนการต่าง ๆ ของร่างกายเกิดสมดุล

ยา สารเคมี หรือสารพิษบางชนิด อาจมีผลต่อการทำงานของระบบประสาท หากระบบประสาทมีความผิดปกติ อาจนำไปสู่อาการ หรือพฤติกรรมต่าง ๆ ที่แสดงออกมาผิดปกติได้

การรับรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของคน ต้องใช้อวัยวะรับสัมผัส คือ นัยน์ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง ที่ทำหน้าที่รับสัมผัสสิ่งเร้าที่แตกต่างกัน อวัยวะรับสัมผัสจะมีเดนไดรต์ของเซลล์ประสาทเปลี่ยนแปลงไปทำหน้าที่รับสิ่งเร้า เกิดเป็นกระแสประสาท เคลื่อนที่ส่งไปยังไขสันหลังและสมอง เพื่อแปลความหมายและรับรู้กับสิ่งเร้าเหล่านั้น

สำหรับอวัยวะรับสัมผัสมีความสำคัญ เพราะเป็นส่วนที่สัมผัสกับสิ่งเร้า จึงต้องป้องกันรักษาอวัยวะรับสัมผัสเหล่านั้นให้สามารถทำงานได้อย่างปกติ