วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

เชียงใหม่-นำชมมหาเจดีย์และกู่บรรจุอัฐิพญาคำฟู วัดพระสิงห์

 เชียงใหม่-นำชมมหาเจดีย์และกู่บรรจุอัฐิพญาคำฟู วัดพระสิงห์


....เอกสารทางประวัติศาสตร์กล่าวว่าพญาผายู (พ.ศ.1888-1898) 

โปรดให้สร้างเจดีย์องค์หนึ่งเมื่อปี พ.ศ.1888 เพื่อบรรจุอัฐิพญาคำฟู พระบิดาของพระองค์ 


ต่อมา พ.ศ.2088 หักพังลงมาเพราะแผ่นดินไหว จึงได้รับการบูรณะ ซ่อมแซมมาโดยตลอด 


โดยเฉพาะในสมัยเจ้ากาวิละ (พ.ศ.2324-2358) เจ้าหลวงเมืองเชียงใหม่พระองค์แรก 

ได้ประดิษฐานพระธาตุไว้ในเจดีย์องค์นี้ 


อย่างไรก็ตาม ทางด้านทิศเหนือของอุโบสถ มีกู่อีกองค์หนึ่ง เรียกกันในปัจจุบันว่า กู่อัฐิพญาคำฟู 


เมื่อครั้งครูบาศรีวิชัยมาปฏิสังขรณ์วัด ได้พบโกศบรรจุอัฐิ พร้อมของมีค่าอื่นๆ 


ซึ่งยังเป็นข้อสงสัยว่าพบที่มหาเจดีย์หรือที่กู่องค์นี้ 


เป็นที่น่าเสียดายว่า สิ่งของเหล่านั้นสูญหายไปแล้วเมื่อครั้งสงครามมหาเอเซียบูรพา พ.ศ.2484 


ปัจจุบัน มหาเจดีย์สูง 50 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสสูง 

มีประติมากรรมช้างครึ่งตัว แบกตรงกลางฐานอยู่ทั้ง 4 ด้าน ด้านละ 1 ตัว 

เหนือขึ้นไปเป็นฐานกลม 3 ชั้น มาลัยเถาซ้อนกัน 3 ชั้น องค์ระฆังทรงกลมเล็ก บัลลังก์ และปลียอดประดับฉัตร 

มหาเจดีย์ประธานองค์นี้ จัดเป็นศิลปกรรมล้านนา ที่มีความสำคัญอีกองค์หนึ่งของเมืองเชียงใหม่



(กู่พระญาคำฟูที่วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ - ภาพจากหนังสือ ล้านนาไทย)


เชียงใหม่-ประติมากรรม จรัล มโนเพ็ชร ศิลปินล้านนาผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด อำเภอเมือง เชียงใหม่

 เชียงใหม่-ประติมากรรม จรัล มโนเพ็ชร ศิลปินล้านนาผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ

ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด อำเภอเมือง เชียงใหม่
















Chiang Mai-Sculpture Charan Manopetch, the great Lanna artist of the century.

เชียงใหม่-วัวลายมาจากไหน ทำไมต้องมีวัวลาย รู้จักที่มาที่ไปของวัวลาย แหล่ง "สล่า" เครื่องเงินที่มีที่มาอันยาวนาน

 เชียงใหม่-วัวลายมาจากไหน ทำไมต้องมีวัวลาย รู้จักที่มาที่ไปของวัวลาย แหล่ง "สล่า" เครื่องเงินที่มีที่มาอันยาวนาน


สัญลักษณ์ของบ้านวัวลาย รูปปูนปั้น "งัวลาย"

...รูปวัวลาย หรือ "งัวลาย" เป็นสิ่งที่ชาวบ้านวัวลายนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านมานานแล้ว 


สัญลักษณ์รูปวัวตัวลาย ๒ ตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมถนนวัวลาย ใต้ป้ายชื่อวัดหมื่นสารบริเวณปากทางเข้าวัดหมื่นสาร 


เป็นสัญลักษณ์ของชาวบ้านหมื่นสารวัวลาย ที่ชาวบ้านร่วมบริจาคทุนทรัพย์จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๔ 

โดยมีพ่อหนานเมืองใจ ไชยชนะ ผู้นำชาวบ้านหมื่นสารวัวลายในขณะนั้นเป็นผู้ริเริ่ม 


โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายแสดงถึงความเป็นชาวบ้านวัวลายที่มีประวัติศาสตร์ช่างเงินอันยาวนาน 

เป็นสิ่งที่แสดงถึงความสมัครสมานสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชาวบ้านวัวลาย 


การนำเอาวัวตัวลายมาเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้าน และชาวบ้านหมื่นสารวัวลายมีมานานหลายปีมาแล้ว 

โดยมีการนำรูปวัวลายมาทำเป็นกระทงบนแพหยวกกล้วยเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๗๗ มีขบวนแห่ไปลอยที่แม่น้ำปิง 


ต่อมาก็ได้มีการนำเอารูปวัวลายมาใช้เป็นสัญลักษณ์บ้านวัวลายมาโดยตลอด 

เช่น การนำรูปวัวลายพิมพ์ลงด้านหลังเสื้อม่อฮ่อมที่ชาววัวลายสวมใส่ทุกครั้งเมื่อมีการจัดกิจกรรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ 

หรือกิจกรรมทางศาสนาในนามของชาวบ้านวัวลาย 


การจัดขบวนกลุ่มหนุ่มสาววัดหมื่นสารเพื่อเข้าร่วมขบวนสรงน้ำพระในวันสงกรานต์รอบเมืองเชียงใหม่ 

กิจกรรมประเพณียี่เป็ง และขบวนครัวทานงานผ้าป่าปอยหลวงวัดต่าง ๆ เป็นต้น


...ในการจัดสร้างรูปปูนปั้น "งัวลาย" ครั้งล่าสุดเมื่อประมาณปลายปี พ.ศ.๒๕๔๓ 

โดยการรวมตัวของช่างฝีมือเครื่องเงินบ้านวัวลายร่วมแรงร่วมใจกันสร้างรูปปูนปั้นสัญลักษณ์ชาวบ้านหมื่นสารวัวลายขึ้นอีกครั้งหนึ่ง 


มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของชาวบ้านวัวลายในการจัดกิจกรรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมในโอกาสต่าง ๆ 


รูปปูนปั้นดังกล่าวได้จัดสร้างขนาดเท่าของจริง เป็นผลงานของช่างฝีมือเครื่องเงินบ้านวัวลาย 


โดยมีนายสุรศักดิ์ กันทวงศ์ เป็นสล่าเก๊า ใช้เวลาปั้นรวมทั้งสิ้น ๖ เดือน ๑๓ วัน 

โดยใช้เงินบริจาคจากคณะศรัทธาชาวบ้านวัวลาย และได้มีการจัดพิธีฉลองสมโภชรูปปั้น "งัวลาย" เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๓


ประวัติบ้านวัวลาย และสัญลักษณ์รูปปั้นวัวลาย

...หมู่บ้านวัวลายในปัจจุบันนี้เดิมเป็นหมุ่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่แขวงเมืองปั๋นแถบลุ่มแม่น้ำสาละวิน (แม่น้ำคง)

อยู่ฝั่งตะวันตก เป็นรัฐที่ตั้งของไทยใหญ่ 

ซึ่งมีเขตแดนทางทิศใต้และทิศตะวันออกอยู่ติดกับเขตอำเภอเชียงดาวและอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

ทิศเหนือติดกับเขตรัฐเชียงตุง (ปัจจุบันคือที่มั่นเขตไทยใหญ่ที่ถูกทหารพม่าขับไล่แตกกระจายเผาบ้านเรือนที่มั่นเดิมเสียหาย

วอดวาย ชาวไทยใหญ่จึงแตกกระจายหนีไปอยู่คนละทิศคนละทาง ส่วนมากอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทย)


...ความเป็นมาของหมู่บ้านวัวลาย ที่อพยพมาอยู่ที่เชียงใหม่นี้ มีปรากฏอยู่ในพงศาวดารโยนกและตำนานราชวงศ์ปกรณ์เชียงใหม่ว่า

ในสมัยพระเจ้ากาวิละ (พ.ศ.๒๓๒๓-๒๓๕๖) ใช้นโยบายเรียกว่า "เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง"

พระองค์ได้ส่งกองทัพออกไปตีเมืองต่างๆ ในรัฐไทยใหญ่ ไทยลื้อ (สิบสองปันนา) 

เมื่อตีได้แล้วก็กวาดต้อนเอาผู้คนมาไว้ที่เมืองเชียงใหม่ เพื่อเป็นการเพิ่มกำลังของเมืองเชียงใหม่มากขึ้น


...บรรดาหัวเมืองต่างๆ ที่ถูกกวาดต้อนมา เอาผู้คนมาไว้ที่เมืองเชียงใหม่ เช่น เมืองเลน เมืองวะ เมืองขอน เมืองพยาก

เมืองโก ซึ่งตั้งอยู่ที่ อำเภอสันทราย เมืองลวง อำเภอดอยสะเก็ด เมืองหลวย เมืองออน อยู่ที่สันกำแพง

เชียงแสน เชียงของ อยู่ที่อำเภอสารภี เมืองสาตร์ เมืองกาย เมืองมาง เมืองลัง บ้านเขิน บ้านงัวลาย บ้านสะต๋อย 

อยู่ในเขตอำเภอเมือง พวกที่ถูกกวาดต้อนมาส่วนมากจะเป็นพวกช่างที่มีฝีมือต่างๆ หลากหลายกันออกไป

เช่น ช่างเคี่ยนไม้ ช่างกระดาษ ช่างฆ้อง ช่างแต้ม (วาด) ช่างเขิน ช่างเงิน เป็นต้น

ช่างเหล่านี้ถูกนำมาไว้ในตัวเมืองเพื่อทำความเจริญให้แก่บ้านเมือง

บ้านวัวลายนั้นเป็นช่างทำเครื่องเงิน ก็ให้มาอยู่ ณ ที่บริเวณกำแพงเมืองชั้นนอก จึงได้ตั้งชื่อตามที่อยู่เดิม

คือ บ้านวัวลาย ซึ่งมีอาชีพการทำเครื่องเงินเป็นหลัก


...ในปี พ.ศ.๒๕๓๔ วันที่ ๑๓ เมษายน พระครูสุทธิจิตตาภิรัต เจ้าอาวาสวัดหมื่นสาร พร้อมด้วยคณะศรัทธา

ได้มอบหมายให้นายสุรศักดิ์ กันทวงค์ (สล่าศักดิ์) ได้ช่วยกันทำการปั้นรูปวัวลายตัวนี้ขึ้นมาไว้เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้าน

เพราะว่าตามตำนานแต่เดิมบ้านวัวลายที่เมืองปั่นนั้น มีสภาพอยู่ลุ่มสันเขา มีลำห้วยไหลลงมาสู่แม่น้ำคง

บนเขาสูงป่าใหญ่นั้นก็มีถ้ำใหญ่ ในถ้ำนั้นมีงัววิเศษ มีเขาเป็นแก้ว ตัวลายดำ (ทอง) 

ในวันดีคืนดีวัวลายตัวนี้ก็จะออกถ้ำมาหาอาหารกิน ก็จะถ่ายมูลออกมาเป็น แร่ เงิน คำ ไว้ตามลำห้วย

เมื่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่ได้ไปพบปะ จึงช่วยกันไปร่อนเอามา นำมาทำเป็นเครื่องใช้อื่นๆ 

เช่น สลุง ขัน ขันเซี่ยนหมาก ทำเป็นเครื่องประดับแต่งกาย 

บ้านไหนหาได้มากก็ตกแต่งให้คนในครอบครัวเป็นที่เชิดหน้าชูตาในกลุ่มชาวบ้านเดียวกันและใกล้เคียง

ต่อมาก็เริ่มขยายออกไปยังเมืองใกล้เคียงต่างๆ จึงเป็นที่กำเนิดชุมชนช่างขึ้น ณ ที่บ้านงัวลายแห่งนี้

ซึ่งจะมีช่างฝีมือดีๆ มาก 

เพราะฉะนั้นเมื่อถูกกวาดต้อนมาไว้ ณ เมืองเชียงใหม่ ก็ได้ตั้งชื่อว่า "บ้านวัวลาย" ตามชื่อเดิม

เมื่อมาอยู่บ้านงัวลายก็ได้เจริญรุ่งเรืองมาก 


ในอดีตบ้านงัวลายได้เป็นชุมชนช่างขนาดใหญ่ เกือบทั้งหมดของประชากรในหมู่บ้านจะทำเครื่องเงินทุกหลังคาเรือน

จนส่งลูกหลานเรียนหนังสือ บรรดาลูกหลานก็ไปรับราชการ ทำงานบริษัท ก็เลยขาดช่างผู้สืบทอด

ผู้ที่สูงอายุก็เลิกทำไป ปัจจุบันก็เลยเหลือลดลงตามวิถีชีวิต เหลือประมาณไม่ถึง ๕๐ ครัวเรือนที่ยังทำอยู่

และเปลี่ยนรูปแบบจากการทำเครื่องเงินไปเป็นใช้วัสดุอื่นๆ มาทดแทนเงิน เช่น ทองเหลือง ทองแดง

ดีบุก สแตนเลส สังกะสี อลูมิเนียม เพราะราคาจะถูกลงกว่าเครื่องเงิน แต่ฝีมือก็ยังปรากฏอยู่เหมือนเดิม



เชียงใหม่-นำชม สถูปบรรจุอัฐิครูบาศรีวิชัย วัดหมื่นสาร ถนนวัวลาย ตำบลหายยา อำเภอเมือง

เชียงใหม่-นำชม สถูปบรรจุอัฐิครูบาศรีวิชัย วัดหมื่นสาร ถนนวัวลาย ตำบลหายยา อำเภอเมือง

... ครูบาศรีวิชัย (พ.ศ.๒๔๒๑-๒๔๘๑) ถือเป็นพระสัมมาปฏิบัติที่มีชื่อเสียงของล้านนา 

ได้รับการศรัทธายกย่องจากพุทธศาสนิกชนชาวล้านนาอย่างมากทั้งในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ 

และแม้เมื่อท่านมรณภาพไปแล้ว 

ด้วยบุคลิกที่อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่หลงในลาภสักการะ เป็นพระนักปฏิบัติ 

ทำให้ท่านเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยล้านนา พม่า ต่องซู่ มอญ จีน ญวน ลาว 

ตลอดรวมถึงบรรดาชาวเขาที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือและในเขตประเทศเพื่อนบ้าน 

เช่น ขมุ ลัวะ กะเหรี่ยง ม้ง มูเซอ ซึ่งต่างยกย่องท่านเป็น "ตนบุญแห่งล้านนา"


...ในช่วงที่ครูบาศรีวิชัยยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้สร้างผลงานที่เป็นสิ่งก่อสร้างถาวรวัตถุในพุทธศาสนาไว้มากมาย

ด้วยแรงศรัทธาของมวลชนที่มีต่อครูบาศรีวิชัย ที่สำคัญได้สร้างถนนขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร

โดยใช้เวลาเพียง ๕ เดือน กับ ๒๒ วัน โดยเริ่มลงจอบวันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๗ เสร็จวันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๘

(สมหมาย เปรมจิตต์, ประวัติครูบาศรีวิชัย. เชียงใหม่ : โรงพิมพิ์มิ่งเมือง ๒๕๔๓ หน้า ๔๖-๕๒)

ครูบาศรีวิชัยมรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ปลายปี พ.ศ.๒๔๘๑ (ขณะนั้นนับ ๑ เมษายน เป็นปีใหม่)

รวมอายุได้ ๖๐ ปี ๘ เดือน ๑๐ วัน ณ วัดบ้านปาง จังหวัดลำพูน

และมีงานพระราชทานเพลิงศพช่วงหลังสงครามโลกคือเมื่อ ๒๑ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๙ ที่วัดจามเทวี

มีพระพิมลธรรมวัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ 

พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนาอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฝ่ายฆราวาส



...หลังจากงานพระราชทานเพลิงศพแล้ว คณะกรรมการจัดงานเห็นว่าเมื่อครั้งครูบาศรีวิชัยมีชีวิต

ได้บำเพ็ญกรณียกิจในภาคเหนือหลายจังหวัดจึงมีมติแบ่งอัฐิครูบาศรีวิชัยเป็นส่วนๆ มีอย่างน้อย ๒ ที่มาที่ต่างกัน คือ

(ก) ที่ว่าแบ่งเป็น ๖ ส่วนแบ่งให้

      ๑. จังหวัดลำพูน บรรจุไว้ที่วัดจามเทวี

      ๒. จังหวัดลำปาง บรรจุไว้ที่วัดพระบาทและวัดพระแก้วดอนเต้า

      ๓. จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อบรรจุไว้ที่วัดสวนดอก

      ๔. จังหวัดเชียงราย บรรจุไว้ที่วัดพระเจ้าตนหลวง พะเยา

      ๕. จังหวัดแพร่บรรจุไว้ที่วัดพระธาตุช่อแฮ

      ๖. ให้วัดบ้านปาง อำเภอลี้ ลำพูน ถิ่นกำเนิดของครูบาศรีวิชัย

          (พระครูพุทธิธรรมโสภิต ประวัติวัดพระบาทและประวัติพระครูบาเจ้าศรีวิชัย ลำปาง : วัดพระบาท 

            ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง ๒๕๓๐ หน้า ๓๑)


(ข) ที่ว่าแบ่งเป็น ๔ ส่วนแบ่งให้

      ๑. ให้ชาวอำเภอลี้ นำไปบรรจุวัดบ้านปาง

      ๒. บรรจุสถูปที่วัดจามเทวี ลำพูน

      ๓. มอบให้นายอินทร์ วิลเลี่ยม สานุศิษย์นำไปบรรจุที่วัดสวนดอก เชียงใหม่

      ๔. มอบให้ผ้าขาวดวงต๋า สานุศิษย์นำไปไว้ที่ดอยโง้ม สันกำแพง

          (บุรี รัตนา พระประวัติอภินิหารพระเครื่องครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งลานนาไทย กรุงเทพฯ 

            ผ่านฟ้าพาณิชย์ มปป. หน้า ๑๑๗-๑๑๘)


...อย่างไรก็ดีในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านในชุมชนวัดหมื่นสาร เล่ากันสืบต่อมาว่าขณะที่มี

การพระราชทานเพลิงศพครูบาศรีวิชัยที่ลำพูนนั้น ครูบาขาวปีหรือครูบาอภิชัย (พ.ศ.๒๔๓๒-๒๕๒๐)

ซึ่งเป็นศิษย์เอกของครูบาศรีวิชัยมา "นั่งหนัก" เพื่อบูรณะวิหารวัดหมื่นสาร 

ร่วมกับครูบาอินตา อินทปฺญโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดหมื่นสารและเจ้าคณะตำบลหายยาเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๘๙-๒๔๙๒

(นั่งหนัก เป็นภาษาล้านนา หมายความว่า การนั่งรับบริจาคทุนทรัพย์จากผู้มีจิตศรัทธา

      เพื่อใช้ในการบูรณะปฏิสังขรณ์ปูชนียสถาน ณ วัดใดวัดหนึ่ง ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง)


...เมื่อมีการแบ่งอัฐิครูบาศรีวิชัยนั้น ครูบาขาวปีกับนายอินทร์ ดำรงฤทธิ์ หรือ

นายอินทร์ วิลเลี่ยม (ลูกเลี้ยงของนายวิลเลี่ยม เบน ผู้จัดการบริษัทบอร์เนียวเชียงใหม่) นำขบวนไปรับด้วย "สลุงหามปัน"

นำกลับมาถึงวัดหมื่นสารเวลาค่ำ จึงเก็บอัฐิครูบาศรีวิชัยไว้ที่ปะรำของครูบาขาวปี ระหว่างนั้นนายอินทร์ได้สร้างตลับนาก

โดยจ้างลุงแก้วมโน พ่อของนางบัวเขียว วงศ์เลิศ ทำตลับเพื่อบรรจุอัฐิ 

ต่อมานายป้อม เทพมงคล ให้ทำโกฏิเงินเพื่อบรรจุตลับนากอีกชั้นหนึ่ง โดยจ้างนายอินตา เทพมงคล หลายชายเป็นช่าง


...ต่อมาประมาณปี พ.ศ.๒๔๙๒ ได้มีการอัญเชิญอัฐิครูบาศรีวิชัยจากวัดหมื่นสารเพื่อไปไว้ที่วัดสวนดอกตามวัตถุประสงค์เดิม

โดยในวันนั้นได้มีการจัดขบวนแห่อัญเชิญอัฐิโดยตั้งขบวนจากสถานีรถไฟ เพื่อเคลื่อนไปยังวัดสวนดอก

ส่วนผู้ที่ทำหน้าที่อัญเชิญอัฐิครูบาศรีวิชัย ทางครูบาขาวปี ครูบาอินตา พระสงฆ์และคณะกรรมการวัดหมื่นสาร

ต่างเห็นพ้องกันว่าควรเป็นคนหนุ่มบ้านวัวลาย ซึ่งเป็นผู้ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม

และได้เลือก นายสิงห์คำ กาวิละ ช่างเงินบ้านวัวลาย ขณะอายุ ๑๖ ปี เป็นผู้อัญเชิญผอบบรรจุอัฐิ

ระหว่างทางที่เคลื่อนขบวนไปวัดสวนดอก ได้มีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมขบวนแห่และประพรมน้ำขมิ้นส้มป่อยตลอดสองข้างทาง


...เมื่อขบวนแห่มาถึงวัดสวนดอก จึงได้อัญเชิญอัฐิครูบาศรีวิชัยลงใส่ไว้ในสถูป ซึ่งมีช่องที่สามารถเปิด-ปิดได้

ระหว่างนั้นทางวัดสวนดอกได้จัดงานมหรสพฉลองสมโภชเป็นเวลา ๑๕ วัน ๑๕ คืน

โดยนายอินทร์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด


...อย่างไรก็ตามในการอัญเชิญอัฐิธาตุครูบาศรีวิชัยในครั้งนั้น เป็นช่วงที่วัดสวนดอกยังไม่มีเจ้าอาวาส

จึงขาดผู้นำที่จะดูแลรักษาอัฐิ กอปรกับเวลานั้นครูบาขาวปี และนายอินทร์ ดำรงฤทธิ์ เจ้าของผอบ

มีเรื่องบาดหมางใจกัน นายอินทร์ ดำรงฤทธิ์ จึงอัญเชิญอัฐิครูบาศรีวิชัยมามอบให้ครูบาอินตา 

เจ้าอาวาสวัดหมื่นสารและเจ้าคณะตำบลหายยาเก็บรักษาไว้ตามเดิม


...ครั้นเวลาล่วงผ่านไป ๗ ปี ไม่มีผู้ใดมาติดตามทวงคืน ทางครูบาอินตาเจ้าอาวาสวัดหมื่นสารและเจ้าคณะตำบลหายยา

เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงมอบหมายให้นายน้อยป้อม เทพมงคล ร่วมกับนายอินตา เทพมงคล

สร้างกู่บรรจุอัฐิครูบาศรีวิชัยที่วัดหมื่นสาร คณะศรัทธาวัดหมื่นสาร ได้ร่วมแรงร่วมใจกันบริจาคเงินสำหรับก่อสร้างสถูป

และก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ทำพิธีบรรจุเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๖


ปราสาทไม้สักบรรจุศพครูบาศรีวิชัย (ภาพจากหนังสือตนบุญล้านนา ประวัติครูบา ฉบับอ่านม่วน ๒)


โกฏิพระราชทาน งานพระราชทานเพลิงศพครูบาศรีวิชัย (ภาพจากหนังสือประวัติครูบาศรีวิชัย)


วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563

Super-Multi-Coated TAKUMAR 1:3.5/28 8340992 ASAHI OPT, CO.. JAPAN

 Super-Multi-Coated TAKUMAR 1:3.5/28 8340992 ASAHI OPT, CO.. JAPAN





เป็นเลนส์มือหมุน ซึ่งเลนส์ตระกูลนี้ คม สีสวย ละลายหลังดี

แต่เดิมถือว่าเป็นเลนส์ที่เหมาะสำหรับนักถ่ายภาพแนวขาว-ดำ

เรียกว่า ยอดนิยมสำหรับนักสะสมกันเลยทีเดียวครับ

Super Multi-coated หรือ SMC Takumar เป็นเลนส์รุ่นที่ 3
ที่ถือว่าเป็นเลนส์ที่พัฒนาสุดยอดแล้วในยุคก่อนที่จะเป็น Asahi Pentex
เลนส์ในยุคนี้ถือว่าเป็นเลนส์แจ้งเกิดของ Pentex ในตลาดต่างประเทศเลยก็ว่าได้
เพราะมันให้คุณภาพของสีและความคมชัดแบบน่าทึ่งและตัดปัญหาเรื่องเลนส์ฟุ้งได้สนิท
ดังนั้นมันจึงเป็นเลนส์สนุกที่ควรสะสมตัวหนึ่ง

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563

ไม้กันสั่น Zhiyun Smooth Q Gimbal 3-Axis สำหรับ โทรศัพท์มือถือ

ไม้กันสั่น Zhiyun Smooth Q Gimbal 3-Axis สำหรับ โทรศัพท์มือถือ


ทำให้ใช้งานถ่ายวิดีโอได้อย่างราบรื่น ใช้งานง่ายรวดเร็ว มีน้ำหนักเบาสามารถพกพาไฟใช้ได้ทุกที่ 

Zhiyun Smooth Q ยังตอบสนอง รวดเร็วแม่นยำ ทำงานเร็วขึ้นกว่า 30-40% เมื่อเทียบกับรุ่น Smooth II เลยทีเดียว 

เมื่อใช้ควบคู่กับ APP (ZY PLAY) ผ่านบลูทูธ สามารถทำให้มือถือนั้นกลายเป็นกล้องวิดีโอระดับมืออาชีพ 

ไม่ต้องมีคนคอยตามถ่ายเพราะ มีโหมดถ่ายติดตามใบหน้าได้ของผู้ที่ Live สดได้

Zhiyun Smooth Q ยังสามารถคอนโทรล ตัวแอพพลิเคชั่นให้ ซูม เข้า-ออก บันทึก ถ่ายภาพนิ่ง ได้อีกด้วย

ทำให้สะดวกไม่ต้องกดที่หน้าจอมือถือ รองรับการทำงานยาวนานกว่า 8 ชั่วโมง 

และ ยังมีช่องสำหรับชาร์จมือถือทำให้ใช้งานได้ไม่สะดุด

.

เมื่อครั้งที่ได้ไม้กันสั่นตัวนี้มา ก็สับสนกับเรื่องการตั้งค่าสมดุลย์ของมันมากพอสมควร เพราะไม่รู้ว่าเขาต้องทำอย่างไร

ทั้งๆ ที่ ก็ load app ZY PLAY มาลงในมือถือแล้วก็ยังไม่เข้าใจ

ตรงนี้อยากจะบอกว่า ก็เพราะมือถือแต่ละตัวมันมีน้ำหนักไม่เท่ากัน ขนาดก็ไม่เท่ากัน

มันเลยต้องทำการ Set Balance กันใหม่เมื่อใช้มือถือคนละตัวกันนั่นเองครับ

.

แต่เมื่อลองผิดลองถูกอยู่นานจึงหาทาง Set Balance ได้และสามารถใช้งานได้ ซึ่งถือว่าดีใจที่ลองจนรู้

ว่าจริงๆ มันก็มี Menu อยู่ใน App นั่นแหละครับ เราทำตาม Menu ที่ระบุว่าให้จำมันวางอย่างไรเท่านั้นเอง

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ผมก็ยังสงสัยอยู่ว่า มันตั้ง App นี้ให้ Set Balance ไปทำไม ทั้งๆ ที่ระหว่างที่ Set Balance นั้น ก็ไม่ได้ประกอบกับมือถือเอาเสียเลย

มันแค่จับมันวาง 4 ด้านกับพื้นที่ราบเรียบเท่านั้นเอง เรียกว่า ตรงนี้ผมเองก็ตอบไม่ได้ว่า ทำไปทำไมเหมือนกัน

.

แต่เชื่อเหอะ ทำเสร็จแล้ว มันใช้งานได้อย่างดีทีเดียวครับ